Home Solution(ถาม-ตอบ) GENESIS32 หรือ GENESIS64 เอาอย่างไรดี!

EDA International ตัวแทนจำหน่ายเป็นทางการ ICONICS, PRElectronics, M-System, Graphon, ABB

ซอร์ฟแวร์ตรวจสอบ/บริหารงานอุตสาหกรรม วิศวกรรม SCADA/HMI (ICONICS GENESIS32/64), Report Solution, Cloud, อุปกรณ์วัดคุม แสดงผล เทอร์มินัล อุปกรณ์ป้องกันทางอิเล็คทรอนิกส์ 

GENESIS32 หรือ GENESIS64 เอาอย่างไรดี!

header-genesis32[1] 
logo-genesis64[1]

คำถามที่ถามมาบ่อยเหลือเกินสำหรับลูกค้าผู้มีอุปการะคุณของเราครับที่ถามมาว่า GENESIS32 กับ GENESIS64 จะเลือกอย่างไหนดี อะไรที่มีและไม่มี GENESIS32 ด้อยว่า GENESIS64 ใช่หรือไม่ บทความนี้มีคำตอบครับ

 

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด

 

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ GENESIS64 นั้นมีคุณสมบัติแบบ Real time 3D Visualization และยังมี 2D ให้ใช้งานด้วย ในขณะที่ GENESIS32 นั้นเราทำ 3D Animation แบบ Real 3D ไม่ได้ นั่นคือใน GENESIS64 เราสามารถนำ 3D Object จากโปรแกรม 3D ต่าง ๆ เช่น 3D Max, TrueSpace, MAYA, SolidWork มาใช้งานได้ และสามารถควบคุมทั้ง 3 แกนบน GENESIS64 ได้เลย สามารถหมุนวิวของ 3D Object ได้ 360 องศา ทั้งนี้ GENESIS64 ใช้เทคโนโลยี WPF (Windows Presentation Foundation) และ Silver light ของ Microsoft เพื่อแสดงผล 3D ได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้ Resource ของคอมพิวเตอร์น้อยกว่า ดังนั้นเราไม่ต้องทำ TopView, SideView หรือ Details View เหมือน GENESIS32 เนื่องจากสามารถ Zoom หรือหมุนกล้องไปยังมุมนั้น ๆ ได้เลย โดยจะทำเป็นเมนูไว้ก็ได้ หากไม่ต้องการนำเข้า 3D Object ก็มีไลบรารี่ของ 3D, 2D Object ให้เลือกใช้ (GENESIS32 ไม่มี 3D Object ให้ใช้) เหมาะสำหรับงานที่ต้องการแสดงรายละเอียดแบบ 3D ที่มีประสิทธิภาพ

 

ความแตกต่างด้านโครงสร้างที่สำคัญคือ GENESIS64 สนับสนุน CPU และระบบปฏิบัติการ 64 บิต อย่างแท้จริง ไม่สามารถใชงานบน CPU แบบ 32 บิตได้ ในขณะที่ GENESIS32 ทำงานได้บน CPU และระบบปฏิบัติการทั้งสองแบบ แต่ GENESIS64 นั้นเนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อระบบปฏิบัติการ 64 บิต ด้วยเทคโนโลยีของ Microsoft จึงสามารถใช้ความสามารถของระบบปฏิบัติการ 64 บิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่นระบบปฏิบัติการ Windows Vista 64 บิต Windows 7 64 บิต Windows Server 2008 64 บิต เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีคำถามเพิ่มเติมกรณี Client - Server ของ GENESIS64 อีกว่า กรณี WebHMI64 คอมพิวเตอร์ที่ใช้เป็น WebHMI Client ต้องเป็นระบบปฏิบัติการ 64 ด้วยหรือไม่ คำตอบก็คือไม่จำเป็นครับ ในกรณี Client นั้นมีเฉพาะโปรแกรม Internet Explorer เท่านั้น จะอยู่บน Windows 32 หรือ 64 บิตก็ได้ครับ ไม่มีปัญหา ยิ่งกว่านั้นกรณีนี้ที่ใช้ GENESIS64 ท่านไม่ต้องซื้อไลเซนส์ของ WebHMI Server เนื่องจาก GENESIS64 จะทำงานเป็น WebHMI Server ได้เลย ไม่เหมือนกรณี GENESIS32 ถ้าหากต้องการใช้ WebHMI เราต้องซื้อไลเซนส์ของ WebHMI Add-on ด้วย

 

ความแตกต่างด้าน Script

 

ใน GENESIS32 เราสามารถใช้ VBA, VB Script และ Java Script ได้ (ความแตกต่างของ VBA กับ VB Script และ Java Script ก็คือ พวก SCript สามารถแสดงผลบนเว็บได้ ในขณธที่ VBA นั้นจะทำงานไม่ได้นั่นเอง)  แต่ใน GENESIS64 นั้นใช้ได้เฉพาะ JScript .Net เท่านั้น ซึ่งเป็นภาษาของ Microsoft .Net 3.X ใช้ .Net FrameWorX เช่นเดียวกับ C# และ VB.Net สามารถทำงานได้ทั้งบน GENESIS64 และ WebHMI Client (Internet Explorer) ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้ VBA มาโดยตลอด ตอนแรกไม่ค่อยพอใจที่ GENESIS64 ไม่มี VBA แต่เมื่อมาลองใช้งาน JScript ที่มีตัวอย่างใน GENESIS64 มากมายให้ดู ก็พบว่าใช้งานไม่ยาก และสามารถนำไปใช้บน Internet Explorer ได้ด้วย ในขณะที่ VBA  ของ GENESIS32 เดิมนั้นใช้ไม่ได้บน Internet Explorer ต้องเลี่ยงมาใช้ VB Script แทน ซึ่งไม่ค่อยสะดวกในการเขียนโค้ดเพราะไม่มีตัวช่วยเขียนโค้ดอัตโนมัติ ที่ีเรียก Intelisense  เหมือนบน VBA ซึ่ง Intelisense นี้มีบน JScript .Net ของ GENESIS64 เช่นกัน

 

ในด้านการใช้งาน ActiveX Control นั้น ทั้ง GENESIS32 และ GENESIS64 สามารถใช้ ActiveX Control ได้ครับ เพียงแต่ GENESIS32 ใช้ ActiveX Control ประเภท COM เดิม ส่วน GENESIS64 สนับสนุน ActiveX Control ที่สร้างบนพื้นฐาน .Net  และทั้งคู่ทั้ง GENESIS32 และ GENESIS64 สามารถใช้งาน Windows Form และ Windows Form Control ได้ แต่ที่ GENESIS32 ไม่มีก็คือไม่สามารถใช้งาน WPF Control ได้อย่าง GENESIS64 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่

 

ใน GENESIS64 เราสามารถใช้ Name space ของ .Net Component ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราจำนวนมากมาย เราสามารถสร้าง ActiveX control ด้วย Visual Studio.Net แล้วนำมาใช้งานบน GENESIS64 ได้

 

ในส่วน Script หรือโค้ดนี้ ทั้ง GENESIS32 และ GENESIS64 ต่างมีข้อดีไปคนละแบบ GENESIS32 จะมีข้อดีในกรณีที่คนใช้มีความคุ้นเคยกับภาษา VB ส่วน GENESIS64 จะสะดวกกับผู้ที่มีความถนัดกับภาษาแบบ .Net ทั้ง C#, VB.Net หรือแม้กระทั่ง JAVA

 

สิ่งที่ไม่มี

 

สิ่งที่ไม่มีใน GENESIS32 แต่มีใน GENESIS64 ก็คือ

- Real time 3D Visualization

- Real time 3D trend

- JScript.Net

- EarthWorX

 

EarthWorX คือ GIS Visualization ติดต่อกับ Microsoft Virtual Earth Server ผ่าน Internet สามารถแสดงค่าข้อมูลและ Alarm บนแผนที่ GIS ได้

virtualearth110706_big[1]
diag-ewx-screen3[1] 

รูปที่ 1 Virtual Earth

 

สิ่งที่ไม่มีใน GENESIS64 แต่มีใน GENESIS32 ก็คือ

- VBA Editor

- ScheduleWorX

- TrendReport

 

ท่านที่ใช้ GENESIS32 อาจถามถึง DataWorX จะยังมีอยู่ไหมใน GENESIS64 คำตอบคือไม่มีครับ แต่มีโมดูลอื่นที่ทำงานได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราใช้ DataWorX ใน GENESIS32 ทำหน้าที่ Data Bridge เราก็สามารถใช้ UDM ใน GENESIS64 ทำ Data Bridge ได้เช่นกันครับ ส่วน Data Aggregation นั้นไม่มีใน GENESISS64 ครับ ถ้าต้องการฟังก์ชั่นนี้ เราสามารถรัน DataWorX32 บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของ GENESIS64 ได้

 

 

GENESIS32 และ GENESIS64 ทำงานด้วยกันได้หรือไม่

 

GENESIS32 และ GENESIS64 สามารถทำงานด้วยกันได้ครับ

 

บทสรุป

ถ้าลักษณะงานไม่ต้องการ 3D Visualization แต่เน้นเรื่องการบริการข้อมูลและจัดการข้อมูลมากกว่า รวมทั้งความต้องการพิเศษอื่น ๆ เช่น Report เป็นต้น ขอฟันธงครับว่า GENESIS32 เหมาะที่สุด เนื่องจากความยืดหยุ่นและรองรับความต้องการพิเศษต่าง ๆ รวมทั้ง VBA และ ActiveX control แบบ COM ส่วนทางออกของ GENESIS64 ที่ต้องการ Report ก็คือ JScript.Net ครับสามารถแสดงข้อมูลบน Data Grid หรือถ้าไม่อยากยุ่งยากก็ใช้ ReportWorX เพิ่มได้ครับ ง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

ถ้าลักษณะงานเน้นความสะดวกในการแสดงมุมมองและคุณลักษณะแบบ Real time 3D และลดต้นทุนด้าน WebHMI Client - Server ขอแนะนำ GENESIS64 ครับ เพราะไม่ต้องซื้อ Web HMI Server เพิ่ม (แต่กรณี GENESIS32 ถ้าใช้  GEN32 Brower ก็ไม่ต้องซื้อไลเซนส์ WebHMI Server เหมือนกันครับ แต่ต้องติดตั้ง GEN32 Browser เท่านั้นเอง)

 

ไม่ว่าลูกค้าของเราจะใช้ GENESIS32 หรือ GENESIS64 ก็ตาม ขอให้มั่นใจว่าท่านจะได้รับความช่วยเหลือ ทั้ง การจัดทำตัวอย่าง, VDO, เอกสาร ต่าง ๆ เป็นอย่างดี แทบทุกครั้งเราจะสร้าง VDO , ตัวอย่างโปรเจ็คที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ และเอกสารอธิบายการใช้งาน อย่างละเอียด โดยไม่ปิดบังข้อมูล หรือเทคนิคใด ๆ เป็นการบริการเฉพาะให้กับลูกค้าท่านนั้น ๆ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของแต่ละท่าน ไม่ว่าลูกค้าของเราจะเป็น End User หรือ System Integrator ก็ตามครับ